วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พิธีวันไหว้ครู โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา
13 มิถุนายน 2556 08.00-11.00 น.




























วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

รับสมัครนักเรียนปีการศึกษา ๒๕๕๖


   ประกาศรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ฟรี!
                ************************************
   โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา วัดท่าหลวง (พระอารามหลวง)  ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร

        รับสมัครนักเรียน เพศชาย ที่สนใจบวชเรียนใน  ระดับชั้น ม.๑ และ ระดับชั้น ม.๔
เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้  ถึงวันที่  ๑๐ พฤษภาคม  ๒๕๕๖

         หลักสูตรการเรียนการสอน
          เปิดสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๖, นักธรรมชั้นตรี-ชั้นโท-ชั้นเอก, ภาษาบาลี ประโยค ๑ - ๒ - ป.ธ.๓

          หลักฐานการสมัคร
                   ๑. สำเนาวุฒิการศึกษา                                                                  
                   ๒. สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของนักเรียน                    
                   ๓. สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของบิดา      
                   ๔. สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของมารดา
                   ๕. สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง (กรณีไม่ได้อยู่กับบิดามารดา)
                   ๖. สำเนาสูติบัตร (ใบเกิด)
                   ๗. หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ,สำเนาใบประกาศนักธรรม เป็นต้น
                   ๘. รูปถ่ายขนาด ๑ หรือ ๒ นิ้ว  จำนวน    ภาพ

          (หลักฐานในข้อ ๑ - ๗ ต้องถ่ายเอกสารอย่างละ ๑ ฉบับ)

วันรายงานตัว  - วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๖ (สำหรับผู้ที่เข้าร่วมการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน)
                      บรรพชาวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๖
                   - วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ (สำหรับผู้ที่ไม่เข้าร่วมการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน)

** หมายเหตุ     ผู้สมัครบวชเรียนที่เข้าร่วมการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนจะได้รับผ้าไตรพระราชทาน
                     จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 

กำหนดการ

        เวลา  ๐๘.๐๐ น.   พิธีปลงผมนาคสามเณร

          เวลา  ๐๙.๓๐ น.   พิธีขอขมามารดาบิดาและผู้ปกครอง

          เวลา  ๑๐.๐๐ น.   พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์แสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์

          เวลา  ๑๑.๐๐ น.   ถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุ-สามเณร 
เวลา  ๑๒.๐๐ น.   ผู้มีเกียรติ / ผู้ปกครอง / นาคสามเณรรับประทานอาหารร่วมกัน
เวลา  ๑๓.๐๐ น.   เจ้าภาพอุปถัมภ์สามเณรมอบผ้าไตรพระราชทานแก่นาคสามเณร ที่ปรึกษา
                        คณะจังหวัดพิจิตรบรรพชาสามเณร 
ลิงก์เว็บดาวน์โหลดเอกสารการรับสมัครเรียน http://www.luangphophet.ac.th/news/1782.html

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

กิจกรรมสามเณรได้เป็นกำลังสำคัญส่วนร่วมในการจัดงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร
ระหว่างวันที่ 21 - 31 มกราคม 2556 นี้
 1. จัดบริเวณหน้าพระอุโบสถหลวงพ่อเพชร
 2. จัดการผูกผ้าประรำพิธี
 3. อยู่รับบุญแผนกพระประจำวัน
 4. อยู่รับบุญแผนกถวายสังฆทาน
 5. อยู่รับบุญแผนกบูชาไข่แก้บน
 6. อยู่แผนกผ้าป่าประจำวันเกิดตามราศรี สะเดาะเคราะห์ เสริมดวง
 7. อยู่แผนกอาหารและเครื่องดื่ม
 8. อยู่แผนกไหลเรือไฟ "ประทีปนาวา บูชาหลวงพ่อเพชร"
 9. อยู่แผนกเตรียมกรอกน้ำมันใส่ตะเกียง เพื่อติดบนเรือไม้ไผ่
 10. อื่นๆ เมื่อได้รับมอบหมาย













...........................

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประชาสัมพันธ์โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา

วิสัยทัศน์..โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ผู้เรียนมีคุณธรรมนำความรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  มีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โดยความร่วมมือของบุคลากร มืออาชีพกับชุมชน
พันธกิจ..1. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่เน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี
          2. จัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นคุณธรรม ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
          3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูและบุคลากรได้รับการพัฒนาด้วยวิธีการที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง
          4. ประสานขอความร่วมมือกับองค์กรทุกภาคส่วนที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ปรัชญา.. “ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต    ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก” 
คติพจน์..  ตั้งใจศึกษา  พัฒนาสังคม อบรมตนดี  วิถีบัณฑิต
                  ประวัติโรงเรียนและก่อตั้งโรงเรีย
                                .      สถานที่ตั้ง
                                โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา  ตั้งอยู่เลขที่  ๖๗๔  ถนนบุษบา วัดท่าหลวง  (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดพิจิตร  ๖๖๐๐๐ ซึ่งอยู่ในบริเวณของวัดท่าหลวง  ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา  ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณร  ได้เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  เริ่มเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่  วันที่ ๑๖  พฤษภาคม  พุทธศักราช ๒๕๔๓  ใบอนุญาตเลขที่ ๒๕/๒๕๔๓  ลง ณ  วันที่  ๑๖  พฤษภาคม  พุทธศักราช  ๒๕๔๓  ลงลายมือชื่อ  นายไพบูลย์  เสียงก้อง  อธิบดีกรมการศาสนา
                                .     ความเป็นมา
                                โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา  นั้นเดิมเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมพระทีฆทัสสีมุนีวงศ์ เปิดการเรียนการสอนแผนกธรรม  บาลี แก่พระภิกษุสามเณร  จนกระทั่งปี พุทธศักราช  ๒๕๔๓  พระเดชพระคุณพระสุทัสสีมุนีวงศ์ (นามเดิม)  เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง  ได้มีนโยบายที่จะส่งเสริมการศึกษาของคณะสงฆ์ขึ้นมาโดยเฉพาะ จึงได้จัดประชุมคณะสงฆ์และกรรมการของวัดในเรื่องนี้  และได้แนวสรุปว่าจะดำเนินการ  เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาซึ่งเป็นการเรียนทั้งทางธรรมและทางโลกควบคู่กันไป  ซึ่งเป็นการเรียนการสอนสำหรับพระภิกษุสามเณร  โดยจัดการเรียนการสอนเป็น    ระดับคือ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม. 1-3)  และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  (ม. 4-6)
                                ดั้งนั้น จึงได้จัดสรรงบประมาณในการซ่อมแซมอาคารโรงเรียนและบริเวณอาคารสถานที่เป็นเงินทั้งสิ้น ๘๕๐,๐๐๐ (แปดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน และได้ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยาและยังจัดสรรเงินเพื่อใช้ในโรงเรียนประมาณสองล้านบาทถ้วน  เพื่อการบริหารเงินเดือนจัดซื้อเครื่องวัสดุครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการศึกษา
     ซึ่งได้รับการอนุญาตและอนุมัติให้เป็นโรงเรียนในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม  พุทธศักราช  ๒๕๔๓  ได้ชื่อเป็นทางการว่า “ โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา” 
       ผู้บริหารโรงเรียนปัจจุบัน
.  พระราชวิจิตรโมลี    (บุญมี ปริปุณโณ)           เป็นประธานที่ปรึกษา
.  พระครูศรีปริยัติวิสิฐ  ( พระมหาสุพิน  ธมฺมวิริโย)    ผู้จัดการ
.  พระเมธีธรรมประนาท (พระมหาปรีชา ปฏิภาณเมธี)  ผู้อำนวยการ
พระครวชิรพุทธานุกูล  (พระมหาวิรัช  วิโรจโน)   รองผู้อำนวยการ    
     โดยแยกกลุ่มบริหารดังต่อไปนี้
พระปลัดณรงค์ธรรม  กตธมฺโม    หัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการ
พระสมุห์สมนึก       ฐิตสาสโน    หัวหน้ากลุ่มบริหารทั่วไป
พระมหาชิตพล       อตฺตคุตฺโต   หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล
บุคลากรบรรพชิต  10  รูป และคฤหัสถ์..5 คน    จำนวนนักเรียน.. 149  รูป
ได้เปิดการเรียนการสอนแบบ 2 แผนก
แผนกทางโลก เรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 8 กลุ่มสาระ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  สุขศึกษาและพลศึกษา   ศิลปะ  การงานอาชีพและเทคโนโลยี  และภาษาอังกฤษ
แผนกทางธรรม ได้แก่ หลักสูตรปริยัติธรรม คือ เรียนนักธรรมตรี-โท-เอก , เรียนภาษาบาลี ประโยค 1-2  เปรียญธรรม 3 ประโยค และเปรียญธรรม 4 ประโยค เป็นต้น    ทุกกลุ่มสาระได้บูรณาการศึกษาเข้ากับหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร
รูปแบบการเรียนการสอน...ม.ต้นและม.ปลาย
ภาคเช้า เรียนวิชาภาษาบาลี   เวลา 08.30 – 10.50 น.
ภาคเที่ยง เรียนวิชาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  8 กลุ่มสาระ   เวลา  12.00 – 17.00 น. 
ภาคค่ำ ท่องแบบไวยากรณ์ภาษาบาลีหรือแปลภาษาบาลีมคธเป็นไทย เวลา  18.30 – 21.00 น.
รูปแบบการเรียนแบบไตรสิกขา (ศีล ดี ,สมาธิ สุข  ,ปัญญา เก่ง ) 
 1 . ด้านศีล (ดี) จัดการศึกษาดังนี้   1. จัดระเบียบแถวก่อนเรียน สวดมนต์ทุกเช้า 2. กิจกรรมสร้างความสามัคคีระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง   3.ปลูกจิตสำนึกการพัฒนาสังคม ความกตัญญูกตเวที อันเป็นวิถีบัณฑิตที่ตนตั้งเป้าหมายไว้
2.  ด้านสมาธิ (สุข) จัดการศึกษาดังนี้  1. จัดให้มีทำวัตร สวดมนต์  ทุกเย็นที่พระอุโบสถหรือที่หอฉัน  2. เจริญสมาธิ  3.  สามเณรนักเรียนทุกรูปปฏิบัติธรรมประจำปีนอกสถานที่  3 วัน
3. ด้านปัญญา (เก่ง) คือ ฟัง  คิด  ฝึกประสบการณ์ จัดการศึกษาดังนี้  
การฟัง ได้แก่ ฟังบรรยายจากการเรียนการสอนทั้งจากครูประจำ  ครูพิเศษ  และวิทยากร  
การคิด ได้แก่   1. จัดห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับค้นคว้าหาข้อมูลได้  2. จัดนิทรรศการตามแต่ละห้องตามกลุ่มสาระ ให้นักเรียนได้ศึกษาตามแต่สนใจ    3. นำนักเรียนศึกษาแหล่งการเรียนรู้ ยาสมุนไพรของโรงเรียน
ฝึกประสบการณ์ ได้แก่   1. นักเรียนทุกรูปไปทัศนศึกษานอกสถานที่ภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง   เป็นอย่างน้อย  
2. นักเรียนทุกรูปปฏิบัติธรรมประจำปี   ตามสถานที่ต่างๆ 
 กิจกรรมการจักการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  8 กลุ่มสาระ   
-                   กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย    
จะทำให้ผู้เรียนได้รู้ทักษะจาการฟัง พูด อ่าน เขียน ได้อย่างคล่องแคล่วและสร้างสรรค์
-                   กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  
         จะทำให้ผู้เรียนอย่างมีความสุข  ด้วยกระบวนการแบบประยุกต์ ทำให้นักเรียนเรียนรู้การคิดได้เป็นอย่างดี
-                   กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
  ศาสตร์แห่งเหตุและผล จะทำให้ผู้เรียนเข้าจะใจธรรมชาติมากขึ้นและรักพระพุทธศาสนามากขึ้น เพระหลักวิทยาศาสตร์ เป็นหลักที่สอดคล้องกับหลักเหตุและผลของคำสอนในทางพระพุทธศาสนา 
-                   กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
   ประกอบด้วย วิชาสังคมศึกษา  วิชาพระพุทธศาสนา  วิชาประวัติศาสตร์    จะทำให้ผู้เรียนได้ประสบการณ์อันน่าประทับใจ ด้วยการเรียนการสอนทั้งในและนอกสถานที่  เมื่อการศึกษาผู้เรียนจะได้รู้จักดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และเป็นผู้นำในสังคม
-                   กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  
     ผู้เรียนได้เรียนเกี่ยวกับรักษาสุขภาพด้วยวิธีต่างๆ  การออกกำลังกายตามสมณสารูปแบบวีถีพุทธ  จะทำให้ผู้เรียนมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดี เหมาะแก่ความเป็นสมณะ
-                   กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
   เป็นวิชาแห่งจินตนาการ  ผู้เรียนจะได้เรียนทักษะแห่งการวาดรูป  งานด้านพุทธศิลป์ต่างๆ   เพื่พัฒนาจิตของผู้เรียนให้เป็นผู้มีสมาธิและสามารถผลิตผลงานด้านพุทธศิลป์ได้อย่างวิจิตร
-                   กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 
ประกอบด้วย วิชางานฝีมือ  งานประดิษฐ์   งานช่าง    งานคอมพิวเตอร์  และงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา  ผู้เรียนจะได้ฝึกทางด้านฝีมือการงานอาชีพและเทคโนโลยี   ทำหน้าที่เป็นศาสนทายาทอย่างเต็มที่  พร้อมที่ศึกษาต่อและดำเนินชีวิต ได้อย่างเต็มภาคภูมิในสังคม
-                   กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างประเทศ
    วิชาภาษาอังกฤษ วิชาสู่ความรู้สู่สากล  ผู้เรียนจะได้เรียนภาษาอังกฤษครบทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด  อ่าน และเขียน
            วิชาภาษาบาลี  (ภาษาพุทธพจน์) ผู้เรียนจะได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ผ่านทางภาษาบาลี
-                      จุดเน้นของโรงเรียน  (เป้าประสงค์ของโรงเรียน)  
1.       ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้อย่างมีความสุข    มีคุณธรรม   มีคุณภาพตามหลักสูตร    ตามมาตรฐานการศึกษา
2.       ครู มีความรู้ความสามารถ  มีทักษะในการจัดกระบวนการเรียนการสอน อย่างมีประสิทธิภาพ
3.       ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
4.       โรงเรียนได้รับการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มขึ้น
-                   เรามีความมุ่งมั่น ที่จะพัฒนาสถานศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้   โดยจัดห้องสมุด เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม   ห้องคอมพิวเตอร์   ห้องวิทยาศาสตร์   ห้องพยาบาล    สวนสมุนไพรโรงเรียน   และแหล่งการเรียนรู้ของทางวัดหรือนอกสถานศึกษา คือ องค์หลวงพ่อเพชร   ศิลปะปูนปั้นรามเกียรติ์รอบศาลาบริหารคณะสงฆ์จังหวัดพิจิตร    ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พิพิธภัณฑ์จังหวัดพิจิตร   และบึงสีไฟ
-                    นอกจากกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนแล้ว   นักเรียนทุกรูปจะได้รับไปทัศนศึกษาฟรีตามที่โรงเรียนจัดให้   บริการห้องสมุด  ถวายสมุด ปากกา   หนังสือยืมเรียน   กระเป๋าหนังสือ   ผ้าไตรจีวร  ที่นอน  ภัตราหารเพลและน้ำปาณะทุกเย็น  ฟรีตลอดการศึกษา  แล้วได้รับการดูแล ตรวจสุขภาพ โดยสาธารณสุข โรงพยาบาลพิจิตร   , ได้รับการบรรพชาสามเณรร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรและคณะสงฆ์จังหวัดพิจิตร  โดยได้ผ้าไตรพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร  ,  มีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่เรียนดีและประพฤติดี  , มีทุนการศึกษาของมุลนิธิพระฑีฆทัสสีมุนีวงศ์  วัดท่าหลวงพระอารามหลวง   สำหรับนักเรียนที่สอบผ่านภาษาบาลี     ,  ม. 3 และ ม. 6   มีโคตาสถานศึกษา ที่มีชื่อเสียงศึกษาต่อ  
-                   แนวทางการศึกษาต่อ    จบม. 3 หรือ ม. 6   มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่าสถาบันการศึกษาอื่นๆ ทุกประการ รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ      จบ ม. 6 มีโคตาต่อมหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
-                   ด้วยการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง   จึงทำให้โรงเรียนได้รับรางวัลเกียรติยศต่างๆ มากมาย

CONCLUSIONโรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา พร้อมแล้วที่จะพัฒนาศาสนทายาทในพระพุทธศาสนา  ให้เป็นผู้มีความขยัน อดทน  เพราะเป็นหลักธรรมพื้นฐาน ของความสำเร็จทุกประการ  สมดั่ง ปรัชญาสถานศึกษาที่ว่า 
                                  “ปญฺญา โลกสฺมิ  ปชฺโชโต     ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก”   (พูดจบ)
  เสียงดนตรี  ภาพ ตัวหนังสือ   (ผู้สนับสนุนการศึกษา)   โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา  ,สำนักงานพระพุทธศาสนา   ,  วัดท่าหลวง พระอารามหลวง  จังหวัดพิจิตร ,  กระทรวงวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ,องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร , ข้าราชการภายในจังหวัดพิจิตร , 

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

BBMTOUR(พุทธบารมีทัวร์)

BBMTOUR(พุทธบารมีทัวร์) 
จัดโปรแกรมเอาใจคนชอบแสวงหาความแตกต่างและให้รางวัลแก่ชีวิต โดยพาครับครัวไปพักผ่อน ช่วงปิดเทอมด้วยการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ที่เวียดนาม  ชมร่องรอยสงครามที่อุโมงค์วินมอกค์  ล่องเรือพร้อมกับฟังเพลงพื้นบ้านเมืองเว้  ดูความเจริญเติบโตทางธุรกิจที่เมืองท่าดานัง สัมผัสเมืองเก่ามรดกโลก สะพานรักเมืองฮอยอาน   โปรแกรม 4 วัน  3 คืน
โปรแกรม   วันที่  15 -18  ตุลาคม 2554    http://bbmtour.com/programtour.php?id=23
โปรแกรม   วันที่  21 -24  ตุลาคม  2554   http://bbmtour.com/programtour.php?id=29
ด้วยราคาเพียง  6,500 บาท  
รถรับที่ขอนแก่น  จองด่วน  รับจำนวนจำกัด
ดูรายละเอียดหรือโปรแกรมทั้งหมดที่ www.bbmtour.com
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คุณสุริยันต์  สุริยโชติกุล  083-288-9993  ,088-557-3430

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัติหลวงพ่อเพชร

ตำนานหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชัดแน่นอน เพียงแต่มีตำนานเล่าขานกันสืบมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาลว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เกิดขบถจอมทองเมืองเชียงใหม่ กองทัพกรุงศรีอยุธยาจึงได้ไปปราบปรามจองทอง เมื่อเดินทัพมาถึงเมืองพิจิตร แม่ทัพก็ได้สั่งให้หยุดพักรี้พลที่เมืองพิจิตร ซึ่งทางเจ้าเมืองพิจิตรก็ได้ให้การต้อนรับปฏิสันถารเป็นอย่างดี ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่กองทัพเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกองทัพกรุงศรีอยุธยาหายเหนื่อยแล้ว จึงออกเดินทางจากเมืองพิจิตร แต่ก่อนที่จะจากกันเจ้าเมืองพิจิตรได้ไปปรารภกับแม่ทัพว่า ถ้าปราบขบถเสร็จเรียบร้อยดีแล้วขอให้หา พระพุทธรูปงาม ๆ มาฝากสักองค์หนึ่ง ฝ่ายทางแม่ทัพเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ยุ่งยากนัก จึงรับปากว่าจะหามาให้ตามความต้องการ หลังจากนั้นก็มุ่งสู่จอมทอง เมื่อไปถึงได้ปราบขบถจอมทองจนราบคาบ ก่อนเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยาก็นึกถึงคำร้องของเจ้าเมืองพิจิตร จึงอัญเชิญหลวงพ่อเพชรจากจอมทองมาด้วย โดยประดิษฐานบนแพลูกบวบล่องมาตามลำน้ำแม่ปิง เมื่อมาถึงเมืองกำแพงเพชรก้ได้ฝากหลวงพ่อเพชรไว้กับเจ้าเมืองกำแพงเพชร ต่อมาเมื่อเจ้าเมืองพิจิตรทราบข่าวจึงพร้อมด้วยชาวเมืองพิจิตรเป็นจำนวนมาก ได้อัญเชิญองค์หลวงพ่อเพชรมาประดิษฐานไว้ ที่วัดนครชุม (เมืองพิจิตรเก่า) ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองพิจิตรซึ่งนำความชื่นชมโสมนัสมาสู่ชาวพิจิตรเป็นอย่างมาก

จนกระทั่งถึงปีพุทธศักราช ๒๔๔๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕มีพระราชประสงค์จะหาพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามเพื่อนำไปไว้ที่วัดเบญจมบพิตร จังหวัดพระนคร เจ้าพระศรีสุริยศักดิ์ สหมุเทศาภิบาล มณฑลพิษณุโลก จึงได้สั่งให้หระยาเทพาธิบดี (อิ่ม) เจ้าเมืองพิจิตร ขณะนั้นแสวงหาพระพุทธรูปที่สวยงามตามพระราชประสงค์ เมื่อได้รับคำสั่งดังนั้นพระยาเทพาธิบดีจึงออกตรวจดูพระพุทธรูปทั่ว ๆ ไปในเมืองพิจิตร ก็พบว่าองค์หลวงพ่อเพชรเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามตามพระราชประสงค์ และเพื่อสะดวกในการขนย้าย จึงได้จ้างชาวณวนคนหนึ่งชื่ออาง ทำการทะล่วงหุ่นดินภายในองค์หลวงพ่อเพชรการทะลวงหุ่นดินนั้นก็เพื่อต้องการให้น้ำหนักเบา แล้วนำขึ้นเกวียนมาลงเรือชะล่า มีปรำลากจูงด้วยเรือพาย และเมื่อมาถึงเมืองพิษณุโลกก็เทียบท่าอยู่หน้าวัดพระศรีมหาธาตุหลังจากนั้นเจ้าเมืองพิจิตร พระยาเทพาธิบดี ก็ได้ไปกราบเรียนสมุหเทศาภิบาลว่า ได้นำองค์หลวงพ่อเพชรมาถึงเมืองพิษณุโลกแล้ว และกราบเรียนต่อไปว่า การนำหลวงพ่อเพชรมาครั้งนี้ชาวเมืองพิจิตรทุกคนมีความโศกเศร้าเสียใจเป็นอันมาก เพราะเสียดายในองค์หลวงพ่อเพชรในฐานะที่เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่เดิม เมื่อได้ทราบดังนั้น สมุหเทศาภิบาลจึงได้โปรดทราบตรวจดูพระพุทธรูปก็เห็นว่างดงานจริง ๆ ดังคำบอกเล่าของเจ้าเมืองพิจิตร แต่มีขนาดองค์ใหญ่โตเกินไป อีกประการหนึ่งก็เห็นว่าเป็นการทำลายจิตใจของชาวเมืองพิจิตรจึงได้สั่งให้เจ้าเมืองพิจิตรนำกลับไปไว้ที่เมืองพิจิตรตามเดิมการนำเอาหลวงพ่อเพชรกลับมายังเมืองพิจิตรคราวนี้นั้น ไม่ได้นำไปไว้ที่อุโบสถที่วัดนครชุมเหมือนเดิม แต่นำมาไว้ที่วัดท่าหลวง โดยทำปรำคลุมไว้เป็นการชั่วคราว เมื่อประชาชนรู้ข่าวการนำองค์หลวงพ่อเพชรกลับมาที่เมืองพิจิตรต่างก็พากันมาปิดทองนมัสการอยู่ที่วัดท่าหลวง จึงได้ปรึกษาหารือกันจะแห่แหนหลวงพ่อเพชรกับไปวัดนครชุมอย่างเดิมส่วนราษฎรทางเมืองใหม่เห็นว่า เมืองพิจิตรได้ย้ายมาตั้งใหม่แล้ว หลวงพ่อเพชรก็ควรจะอยู่เป็นมิ่งขวัญของชาวเมืองใหม่ด้วย จึงไม่ยินยอมให้ชาวเมืองเก่านำกลับไปวัดนครชุมเหตุการณ์ตอนนี้มีผู้เล่าขานว่า ขนาดเกิดการยื้อแย่งกัน และถึงขั้นการเตรียมอาวุธเข้าประหัตประหารกัน เดือดร้อนถึงพระธรรมทัสสีมุนีวงศ์ (เอี่ยม) เจ้าคณะจังหวัดพิจิตรในขณะนั้น ต้องออกห้ามทัพด้วยเดชะบารมีขององค์หลวงพ่อเพชร ประกอบกับชาวเมืองพิจิตรเคารพนับถือท่านมาก ศึกครั้งนั้นจึงยุติลง และได้ชี้แจงว่าจะหล่อหลวงพ่อเพชรจำลองเท่ากับขนาดองค์จริงเพื่อนำกลับไปให้ชาวเมืองเก่าแทนองค์หลวงพ่อเพชรองค์จริง ส่วนหลวงพ่อเพชรองค์จริงนั้นขอให้ประดิษฐานไว้ที่วัดท่าหลวงซึ่งท่านเป็นเจ้าโอวาสอยู่ และถ้าชาวเมืองเก่าจะมานมัสการก็ไม่ไกลเกินไปนัก ชาวเมืองพิจิตรก็เชื่อฟังแต่โดยดีไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

หลวงพ่อเพชร จึงประดิษฐานอยู่ที่วัดท่าหลวงตราบเท่าทุกวันนี้อีกเหตุกรณ์หนึ่งที่ หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง ได้ประดิษฐานที่วัดท่าหลวงนั้น มีคนเล่าสืบต่อกันมาว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะอัญเชิญพระพุทธชินราชจากวัดศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก ไปประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดเบญจมพิตร ซึ่งพระองค์ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นใหม่ พระองค์จึงมีพระกระแสรับสั่งให้สืบหาพระพุทธรูปที่มีลักษณะที่งดงามสมควรที่จะนำไปแทนพระพุทธชินราชได้ จึงมีคำสั่งให้เจ้าเมืองพิจิตรนำองค์หลวงพ่อเพชรไปยังเมืองพิษณุโลก ข่าวการที่ราชการจะนำ องค์"หลวงพ่อเพชร"ไปล่วงรู้ไปถึงประชาชน ต่างพากันเสียดายและหวงแหนองค์หลวงพ่อเพชรเป็นอันมาก จึงได้คบคิดกับนายอาง ซึ่งเป็นชาวญวนจัดการทะลวงหุ่นดินภายในองค์หลวงพ่อเพชรออก เพื่อให้น้ำหนักเบาสะดวกในการขนย้าย เมื่อจัดการทะลวงหุ่นดินออกแล้วก็ช่วยกันย้ายองค์หลวงพ่อเพชรไปซ่อนไว้ในป่า และเคลื่อนย้ายไปเรื่อย ๆ มิได้หยุดหย่อนข่าวการนำองค์หลวงพ่อเพชรเคลื่อนย้าย หาได้พ้นการติดตามและค้นหาของเจ้าหน้าที่ทางบ้านเมือง ผลที่สุดก็ใช้อำนาจบังคับให้นำองค์ หลวงพ่อเพชร มาจากเมืองเก่า และได้นำมาพักไว้ชั่วคราวที่วัดท่าหลวง เพื่อรอการนำไปยังเมืองพิษณุโลกชาวเมืองพิษณุโลกก็เช่นเดียวกันกับชาวเมืองพิจิตร เมื่อทางราชการจะนำองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชไปจากพวกเขา ต่างก็พากันหวงแหนโศกเศร้าเสียใจ ร้องให้กันทั่งเมือง เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก ทานเจ้าคุณสมุหเทศาภิบาล จึงไดนำความเรื่องนี้ขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์ทรงทราบก็เห็นใจชาวเมืองพิษณุโลก จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ระงับการนำพระพุทธชินราชไปกรุงเทพฯ โดยจะหล่อพระพุทธชินราชจำลองประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรแทน เมื่อหลวงพ่อพุทธชินราชไม่ได้เคลื่อนย้ายไปกรุงเทพฯ หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง จึงประดิษฐานอยู่ที่วัดท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร จนกระทั่งปัจจุบันนี้